ธิดาพญายม ตอนที่ 16
ธิดาพญายม ตอนที่ 16
ไกรยุทธ์เดินตรวจรอบอยู่ ทันใดนั้นได้ยินเสียงเคลื่อนไหวจึงเคลื่อนไหวไปทางทิศทางของเสียง
นาฬิกายืนระวัง หันหน้าออกไปนอกที่พัก ได้ยินเสียงเคลื่อนไหว จึงหันกลับไปพบบีมยืนอยู่
“บีม ว่าไง”
“พี่เอกภพ ไปไหนครับ”
“อ้าว ก็นอนอยู่แถวนั้นไม่ใช่เหรอ”
“ไม่เห็นนี่ครับ”
“คงออกไปทำธุระแถวนี้มั้ง บีมตื่นมามีอะไรเหรอ”
“เฮ่...ก็ว่าจะไปทำธุระเหมือนกัน ไม่เห็นพี่เอกก็เลยมาถามดู พี่ไกรยุทธ์ล่ะ”
“ออกไปดูรอบนอก เผื่อมีอะไรจะได้เตือนกันทัน”
“งั้นบีมไปก่อน ชักไม่ไหวแล้ว”
“โอเค อย่าไปไกลล่ะ”
“ครับ” บีมออกเดิน
“ระวังตัวด้วย”
“ครับผม”
นาฬิกามองตามยิ้มขำ เดินไปเอาฝืนโยนในกองไฟให้สว่างขึ้น
ไกรยุทธ์เคลื่อนตัวไปอย่างช้าๆ ทันใดนั้นเห็นเงาอยู่ข้างหน้า ไกรยุทธ์ตวัดมือมาจากด้านหลังมีปืนสั้นติดมือขึ้นมา ยกส่องเงาดำแล้วเคลื่อนตัวเข้าไปใกล้ ใกล้เข้าไป ใกล้เข้าไป สายตาจับจ้องที่เงาดำเขม็ง
“ไกรยุทธ์ พี่เอง”
เสียงมาจากเงาดำที่ยังคงยืนหันหลังอยู่ ไกรยุทธ์ถอนหายใจแล้วเคลื่อนตัวไปยังเอกภพ เอกภพหันมาเผชิญหน้าไกรยุทธ์ ไกรยุทธ์เก็บปืน
“พี่ได้ยินเสียงเลยออกมาดู แต่ไม่เห็นอะไรด้านโน้นเป็นไง”
“ด้านโน้นก็โอเคครับ”
“เรากลับกันดีกว่า”
นาฬิกาขยับตัวหันมาเมื่อได้ยินเสียงเคลื่อนไหว มือปาดไปทางด้านหลังแต่ก็ยิ้มออกมาเมื่อเห็นไกรยุทธ์กับเอกภพเดินเข้ามา
“สองคนนี้แอบไปเที่ยวไหนมา”
“เธอสองคนไปพักได้แล้ว พี่รับช่วงเอง”
“โอเคค่ะ”
นาฬิกาส่งมือให้ไกรยุทธ์ ไกรยุทธ์จับมือนาฬิกา
“เจอกันตอนเช้าครับ”
เอกภพพยักหน้า ทั้งสองเดินไปที่ใกล้ๆ กับบีมและปิงปอง เอกภพกราดสายตามองรอบๆ
นาฬิกายืนระวัง หันหน้าออกไปนอกที่พัก ได้ยินเสียงเคลื่อนไหว จึงหันกลับไปพบบีมยืนอยู่
“บีม ว่าไง”
“พี่เอกภพ ไปไหนครับ”
“อ้าว ก็นอนอยู่แถวนั้นไม่ใช่เหรอ”
“ไม่เห็นนี่ครับ”
“คงออกไปทำธุระแถวนี้มั้ง บีมตื่นมามีอะไรเหรอ”
“เฮ่...ก็ว่าจะไปทำธุระเหมือนกัน ไม่เห็นพี่เอกก็เลยมาถามดู พี่ไกรยุทธ์ล่ะ”
“ออกไปดูรอบนอก เผื่อมีอะไรจะได้เตือนกันทัน”
“งั้นบีมไปก่อน ชักไม่ไหวแล้ว”
“โอเค อย่าไปไกลล่ะ”
“ครับ” บีมออกเดิน
“ระวังตัวด้วย”
“ครับผม”
นาฬิกามองตามยิ้มขำ เดินไปเอาฝืนโยนในกองไฟให้สว่างขึ้น
ไกรยุทธ์เคลื่อนตัวไปอย่างช้าๆ ทันใดนั้นเห็นเงาอยู่ข้างหน้า ไกรยุทธ์ตวัดมือมาจากด้านหลังมีปืนสั้นติดมือขึ้นมา ยกส่องเงาดำแล้วเคลื่อนตัวเข้าไปใกล้ ใกล้เข้าไป ใกล้เข้าไป สายตาจับจ้องที่เงาดำเขม็ง
“ไกรยุทธ์ พี่เอง”
เสียงมาจากเงาดำที่ยังคงยืนหันหลังอยู่ ไกรยุทธ์ถอนหายใจแล้วเคลื่อนตัวไปยังเอกภพ เอกภพหันมาเผชิญหน้าไกรยุทธ์ ไกรยุทธ์เก็บปืน
“พี่ได้ยินเสียงเลยออกมาดู แต่ไม่เห็นอะไรด้านโน้นเป็นไง”
“ด้านโน้นก็โอเคครับ”
“เรากลับกันดีกว่า”
นาฬิกาขยับตัวหันมาเมื่อได้ยินเสียงเคลื่อนไหว มือปาดไปทางด้านหลังแต่ก็ยิ้มออกมาเมื่อเห็นไกรยุทธ์กับเอกภพเดินเข้ามา
“สองคนนี้แอบไปเที่ยวไหนมา”
“เธอสองคนไปพักได้แล้ว พี่รับช่วงเอง”
“โอเคค่ะ”
นาฬิกาส่งมือให้ไกรยุทธ์ ไกรยุทธ์จับมือนาฬิกา
“เจอกันตอนเช้าครับ”
เอกภพพยักหน้า ทั้งสองเดินไปที่ใกล้ๆ กับบีมและปิงปอง เอกภพกราดสายตามองรอบๆ
เช้าวันรุ่งขึ้นบีมยกเป้ของปิงปองกางออก ปิงปองเอามือสอดเข้าสะพายเป้บนหลังของตน
“ขอบใจจ้ะบีม”
“พร้อมเดินทาง”
ทั้งคู่ต่างยิ้มให้กัน ปิงปองกับบีมเดินมาเห็นเอกภพเอาเท้าเขี่ยไฟให้ดับอยู่
“หลับสบายเลยซิเราสองคน”
“สนิท ไม่ได้ยินไม่ได้เห็นอะไรเลยครับ”
“เหมือนกันค่ะ”
ไกรยุทธ์กับนาฬิกาเดินเข้ามา
“พวกเราพร้อมแล้วค่ะพี่เอก”
“ไกรยุทธ์นำไปได้เลย”
“โอเคครับ”
ไกรยุทธ์หันเดินออกไป บีมกับปิงปองเดินตาม นาฬิกาหันกราดไปมา
“เอ พี่นาชะเที่ยวนี้หายไปนานเลย”
“คงบินว่อนอยู่แถวไหนซักแห่งเดี๋ยวก็แวบมาเอง”
นาฬิกายิ้มแล้วหันหลังเดินตามทุกคนไป เอกภพเตะกลบกองไฟสองสามครั้งแล้วออกเดินตามไป
ราเชนกับปาระนังแวบโผล่มา ต่างเซไปคนละก้าว ราเชนรีบเข้าไปประคองปาระนัง
“ท่านธิดา”
“เราไม่เป็นไร”
ทั้งสองต่างตั้งตัวได้
“เรานั่งพักเรียกพลังรักษาตัวกันก่อนดีกว่าแล้วค่อยตามล่าเจ้าสองตัวนั่น” ปาระนังพยักหน้า “ทางด้านโน้นมีสถานที่ลับตา”
ราเชนจูงปาระนังออกไป
ณัชชากราดสายตามองรอบๆ ตัว ณัชชาก้าวไปข้างหน้า พยายามจับสัมผัส กราดสายตาไปข้างหน้า เห็นกองฟืนที่มอดอยู่ ณัชชาปราดเข้าไปสำรวจ
“พวกนั้นพักที่นี่เมื่อคืน”
ทันใดนั้นได้ยินเสียงของนาชะดังก้องกังวานมาในอากาศ
“องค์หญิง”
ณัชชาขยับตัวกราดสายตารอบ
“นาชะ” ทันใดนั้นเห็นม่านละอองสีชมพูปรากฏ ร่างของนาชะนอนอยู่ด้านในม่าน บาดเจ็บ “นาชะ”
ณัชชาปราดเข้าไป ม่านสีชมพูหายไป ณัชชาประคองนาชะขึ้นมา
“องค์หญิง นาชะ...”
นาชะสลบไป ณัชชารีบเอามือวนรอบๆ ตรงนาชะ สีหน้าเคร่งเครียด
นาชะลืมตาขึ้นมา พบณัชชานั่งอยู่ใกล้ๆ นาชะขยับตัว ณัชชาเข้ามาประคอง
“นาชะ เกิดอะไรขึ้น”
“ผู้กองเอกภพ ถูกภูตสังหารครอบงำคุมตัวทายาทไว้แล้วเพคะ”
ณัชชาสีหน้าเคร่งเครียด
“เป็นความผิดของข้าเอง แผนของเทพอัคราลึกล้ำ ข้าควรจะเฉลียวใจรู้ทัน” นาชะตาปรือ ร่างกายเหนื่อย “เจ้าถูกพลังบาดเจ็บมากต้องกลับไปรักษาตัว”
“แต่”
“ไม่ต้องแต่ เจ้าหายเมื่อไหร่ค่อยตามข้าไป”
นาชะพยักหน้า ณัชชาค่อยๆ ถอยห่างจากร่างของนาชะ นาชะปล่อยม่านสีชมพูออกมาคลุมร่าง ละอองสีชมพูค่อยๆ พาร่างขางนาชะลอยขึ้นลอยขึ้นสูง ณัชชาโบกมือให้ทันใดนั้นร่างของนาชะก็แวบหายไป ณัชชาถอนใจสีหน้าเคร่งเครียด
“เทพอัคราท่านทำเกินไปแล้ว เราต้องแลกชีวิตกับท่าน”
เอกภพกับทายาทเดินทางมาตามป่าทึบ สุดท้ายโผล่ออกมาพบว่ามีหุบเหวขวางทางอยู่ระยะห่างเท่ากับทางด่วนแปดเลน
“เจอเหวอีกแล้ว”
“คิดว่าจะเจอแต่ทางด่วนเดินสบายเหรอไง”
“ได้ก็ดีน่ะซิ”
เอกภพ ไกรยุทธ์ นาฬิกากราดสายตารอบๆ
“ไม่มีทางอื่นให้อ้อมไปเลยครับ”
“ขอบใจจ้ะบีม”
“พร้อมเดินทาง”
ทั้งคู่ต่างยิ้มให้กัน ปิงปองกับบีมเดินมาเห็นเอกภพเอาเท้าเขี่ยไฟให้ดับอยู่
“หลับสบายเลยซิเราสองคน”
“สนิท ไม่ได้ยินไม่ได้เห็นอะไรเลยครับ”
“เหมือนกันค่ะ”
ไกรยุทธ์กับนาฬิกาเดินเข้ามา
“พวกเราพร้อมแล้วค่ะพี่เอก”
“ไกรยุทธ์นำไปได้เลย”
“โอเคครับ”
ไกรยุทธ์หันเดินออกไป บีมกับปิงปองเดินตาม นาฬิกาหันกราดไปมา
“เอ พี่นาชะเที่ยวนี้หายไปนานเลย”
“คงบินว่อนอยู่แถวไหนซักแห่งเดี๋ยวก็แวบมาเอง”
นาฬิกายิ้มแล้วหันหลังเดินตามทุกคนไป เอกภพเตะกลบกองไฟสองสามครั้งแล้วออกเดินตามไป
ราเชนกับปาระนังแวบโผล่มา ต่างเซไปคนละก้าว ราเชนรีบเข้าไปประคองปาระนัง
“ท่านธิดา”
“เราไม่เป็นไร”
ทั้งสองต่างตั้งตัวได้
“เรานั่งพักเรียกพลังรักษาตัวกันก่อนดีกว่าแล้วค่อยตามล่าเจ้าสองตัวนั่น” ปาระนังพยักหน้า “ทางด้านโน้นมีสถานที่ลับตา”
ราเชนจูงปาระนังออกไป
ณัชชากราดสายตามองรอบๆ ตัว ณัชชาก้าวไปข้างหน้า พยายามจับสัมผัส กราดสายตาไปข้างหน้า เห็นกองฟืนที่มอดอยู่ ณัชชาปราดเข้าไปสำรวจ
“พวกนั้นพักที่นี่เมื่อคืน”
ทันใดนั้นได้ยินเสียงของนาชะดังก้องกังวานมาในอากาศ
“องค์หญิง”
ณัชชาขยับตัวกราดสายตารอบ
“นาชะ” ทันใดนั้นเห็นม่านละอองสีชมพูปรากฏ ร่างของนาชะนอนอยู่ด้านในม่าน บาดเจ็บ “นาชะ”
ณัชชาปราดเข้าไป ม่านสีชมพูหายไป ณัชชาประคองนาชะขึ้นมา
“องค์หญิง นาชะ...”
นาชะสลบไป ณัชชารีบเอามือวนรอบๆ ตรงนาชะ สีหน้าเคร่งเครียด
นาชะลืมตาขึ้นมา พบณัชชานั่งอยู่ใกล้ๆ นาชะขยับตัว ณัชชาเข้ามาประคอง
“นาชะ เกิดอะไรขึ้น”
“ผู้กองเอกภพ ถูกภูตสังหารครอบงำคุมตัวทายาทไว้แล้วเพคะ”
ณัชชาสีหน้าเคร่งเครียด
“เป็นความผิดของข้าเอง แผนของเทพอัคราลึกล้ำ ข้าควรจะเฉลียวใจรู้ทัน” นาชะตาปรือ ร่างกายเหนื่อย “เจ้าถูกพลังบาดเจ็บมากต้องกลับไปรักษาตัว”
“แต่”
“ไม่ต้องแต่ เจ้าหายเมื่อไหร่ค่อยตามข้าไป”
นาชะพยักหน้า ณัชชาค่อยๆ ถอยห่างจากร่างของนาชะ นาชะปล่อยม่านสีชมพูออกมาคลุมร่าง ละอองสีชมพูค่อยๆ พาร่างขางนาชะลอยขึ้นลอยขึ้นสูง ณัชชาโบกมือให้ทันใดนั้นร่างของนาชะก็แวบหายไป ณัชชาถอนใจสีหน้าเคร่งเครียด
“เทพอัคราท่านทำเกินไปแล้ว เราต้องแลกชีวิตกับท่าน”
เอกภพกับทายาทเดินทางมาตามป่าทึบ สุดท้ายโผล่ออกมาพบว่ามีหุบเหวขวางทางอยู่ระยะห่างเท่ากับทางด่วนแปดเลน
“เจอเหวอีกแล้ว”
“คิดว่าจะเจอแต่ทางด่วนเดินสบายเหรอไง”
“ได้ก็ดีน่ะซิ”
เอกภพ ไกรยุทธ์ นาฬิกากราดสายตารอบๆ
“ไม่มีทางอื่นให้อ้อมไปเลยครับ”
ทันใดนั้นเสียงพวกอีการ้องก้องมา ทั้งหมดกราดสายตามองขึ้นไป เห็นพวกอีกาและค้างคาว บินวนเวียนอยู่ในระยะไกล
“ท่าทางไม่ค่อยดีซะแล้ว”
“มีทั้งอีกา และก็พวกค้างคาว”
บีมกับปิงปองก้าวออกมากราดมองพวกมัน
“โห...เล่นรวมทีมดาราเลยเหรอเพื่อน”
“พวกมันรู้ว่าเราใกล้ถึงกุญแจนิลกาลแล้ว”
“พวกนี้มันแสนรู้จริงๆ”
“ที่สำคัญเราจะข้ามเหวนี่ไปได้ยังไง”
“เรารอดูพวกมันก่อน เผื่อว่ามันจะผ่านเราไป”
ปาระนังกับราเชนร่อนลงมาในราวป่า ราเชนกราดสายตารอบๆ
“เราต้องหาทางกำจัดพ่อมดสองตัวนั่นให้เร็วที่สุดก่อนที่มันจะหาทายาทพบ”
“แต่ พวกมันจะส่งสัญญาณถึงเทพอาคินทุกครั้งที่เราใกล้ตัวมัน”
ราเชนเดินไปเดินมาครุ่นคิด
“เราต้องแยกพวกมันออกจากเทพอาคินให้ได้”
“นั่นหมายถึงเราต้องแยกกันด้วย”
“พี่รู้ว่าอันตราย แต่เป็นทางเดียวเท่านั้น”
ปาระนังสีหน้าเคร่งเครียด
ณัชชาร่อนลงมาในราวป่า กราดสายตารอบตัว เงยหน้าขึ้นไปบนท้องฟ้าเห็นแต่ความว่างเปล่า
“พวกสาวกหายไปไหนกันหมด แบบนี้ไม่ดีแน่”
ณัชชาพุ่งตัวเหินออกไป
พ่อมดยามินกับกาตงร่อนลงมาในราวป่า
“ข้าสัมผัสพลังของพวกมันได้ พวกมันต้องอยู่แถวนี้”
“ข้าไม่เห็นสัมผัสอะไรได้เลย”
พ่อมดยามินยกมือขึ้นเป็นเชิงห้ามให้ส่งเสียง พลางทำมือชี้ไปข้างหน้า
พ่อมดยามินกับกาตงโผล่มาจากพุ่มไม้ พลันสายตาของมันก็เบิกโพลง มันเห็นร่างของปาระนังนิ่งอยู่ที่พื้น
พ่อมดยามินกับกาตง จ้องมองร่างของปาระนังที่นิ่งอยู่ พวกมันกราดสายตาไปมา
“นางธิดาสมุทร”
“ไอ้มือขวามัจจุราชไปไหน”
“สงสัยพวกมันได้รับบาดเจ็บ ต่างหนีเทพอาคินจนหลงกัน”
“เราส่งข่าวให้เทพอาคินมาจัดการกับมัน”
“เดี๋ยว ลำพังนางธิดาสมุทรคนเดียวเราจัดการเองได้”
พ่อมดยามินหยุดคิดอึดใจแล้วหัวเราะลั่น
“ดี หัวใจเทพของมันจะทำให้เราอายุยืนยาวเป็นร้อยปี”
มันสองคนต่างหัวเราะก้อง มันสองคนวนมือมาที่ร่างของปาระนัง ทันใดนั้นทั้งหมดแวบหายไป อึดใจร่างของราเชนก็ค่อยๆ เห็นรางๆ ปรากฏ จนเห็นชัดในที่สุด ราเชนยิ้มเยือกเย็น
ที่รังของอาคิน อาคินแวดล้อมไปด้วยสาวๆ สวยห้าคน คอยเอาอกเอาใจ มีเครื่องดื่มอยู่ในมือ มีมือปืนอยู่ข้างหลัง 3 คน ทันใดนั้นร่างของเทพอัคราปรากฏ อาคินขยับตัว โบกมือ สาวๆ ต่างพากันออกไป
“เจ้ามัวแต่ประมาทลุ่มหลง ระวังจะเสียงาน”
“ท่านพ่อกังวลมากไป แผนของท่านพ่อแนบเนียน ทุกอย่างจะต้องสำเร็จ”
“ถูกต้อง แต่เมื่อใดที่พวกมันแสดงพลัง แล้วเจ้าไม่ปรากฏ พวกมันจะสงสัยองค์หญิงณัชชาฉลาดลึกล้ำ ถ้าเจ้าไม่ระวัง จะเสียใจ”
“รับคำสอนสั่ง ข้าจะรีบตรวจตราให้รัดกุม”
ทันใดนั้นเทพอัคราขยับตัว
“มีพลังบางอย่าง”
“ข้าจัดการเอง”
ร่างของอาคินแวบหายไป เทพอัคราสีหน้ากังวล
“ท่าทางไม่ค่อยดีซะแล้ว”
“มีทั้งอีกา และก็พวกค้างคาว”
บีมกับปิงปองก้าวออกมากราดมองพวกมัน
“โห...เล่นรวมทีมดาราเลยเหรอเพื่อน”
“พวกมันรู้ว่าเราใกล้ถึงกุญแจนิลกาลแล้ว”
“พวกนี้มันแสนรู้จริงๆ”
“ที่สำคัญเราจะข้ามเหวนี่ไปได้ยังไง”
“เรารอดูพวกมันก่อน เผื่อว่ามันจะผ่านเราไป”
ปาระนังกับราเชนร่อนลงมาในราวป่า ราเชนกราดสายตารอบๆ
“เราต้องหาทางกำจัดพ่อมดสองตัวนั่นให้เร็วที่สุดก่อนที่มันจะหาทายาทพบ”
“แต่ พวกมันจะส่งสัญญาณถึงเทพอาคินทุกครั้งที่เราใกล้ตัวมัน”
ราเชนเดินไปเดินมาครุ่นคิด
“เราต้องแยกพวกมันออกจากเทพอาคินให้ได้”
“นั่นหมายถึงเราต้องแยกกันด้วย”
“พี่รู้ว่าอันตราย แต่เป็นทางเดียวเท่านั้น”
ปาระนังสีหน้าเคร่งเครียด
ณัชชาร่อนลงมาในราวป่า กราดสายตารอบตัว เงยหน้าขึ้นไปบนท้องฟ้าเห็นแต่ความว่างเปล่า
“พวกสาวกหายไปไหนกันหมด แบบนี้ไม่ดีแน่”
ณัชชาพุ่งตัวเหินออกไป
พ่อมดยามินกับกาตงร่อนลงมาในราวป่า
“ข้าสัมผัสพลังของพวกมันได้ พวกมันต้องอยู่แถวนี้”
“ข้าไม่เห็นสัมผัสอะไรได้เลย”
พ่อมดยามินยกมือขึ้นเป็นเชิงห้ามให้ส่งเสียง พลางทำมือชี้ไปข้างหน้า
พ่อมดยามินกับกาตงโผล่มาจากพุ่มไม้ พลันสายตาของมันก็เบิกโพลง มันเห็นร่างของปาระนังนิ่งอยู่ที่พื้น
พ่อมดยามินกับกาตง จ้องมองร่างของปาระนังที่นิ่งอยู่ พวกมันกราดสายตาไปมา
“นางธิดาสมุทร”
“ไอ้มือขวามัจจุราชไปไหน”
“สงสัยพวกมันได้รับบาดเจ็บ ต่างหนีเทพอาคินจนหลงกัน”
“เราส่งข่าวให้เทพอาคินมาจัดการกับมัน”
“เดี๋ยว ลำพังนางธิดาสมุทรคนเดียวเราจัดการเองได้”
พ่อมดยามินหยุดคิดอึดใจแล้วหัวเราะลั่น
“ดี หัวใจเทพของมันจะทำให้เราอายุยืนยาวเป็นร้อยปี”
มันสองคนต่างหัวเราะก้อง มันสองคนวนมือมาที่ร่างของปาระนัง ทันใดนั้นทั้งหมดแวบหายไป อึดใจร่างของราเชนก็ค่อยๆ เห็นรางๆ ปรากฏ จนเห็นชัดในที่สุด ราเชนยิ้มเยือกเย็น
ที่รังของอาคิน อาคินแวดล้อมไปด้วยสาวๆ สวยห้าคน คอยเอาอกเอาใจ มีเครื่องดื่มอยู่ในมือ มีมือปืนอยู่ข้างหลัง 3 คน ทันใดนั้นร่างของเทพอัคราปรากฏ อาคินขยับตัว โบกมือ สาวๆ ต่างพากันออกไป
“เจ้ามัวแต่ประมาทลุ่มหลง ระวังจะเสียงาน”
“ท่านพ่อกังวลมากไป แผนของท่านพ่อแนบเนียน ทุกอย่างจะต้องสำเร็จ”
“ถูกต้อง แต่เมื่อใดที่พวกมันแสดงพลัง แล้วเจ้าไม่ปรากฏ พวกมันจะสงสัยองค์หญิงณัชชาฉลาดลึกล้ำ ถ้าเจ้าไม่ระวัง จะเสียใจ”
“รับคำสอนสั่ง ข้าจะรีบตรวจตราให้รัดกุม”
ทันใดนั้นเทพอัคราขยับตัว
“มีพลังบางอย่าง”
“ข้าจัดการเอง”
ร่างของอาคินแวบหายไป เทพอัคราสีหน้ากังวล




No comments:
Post a Comment